เดนมาร์ก

เราทำได้! เดนมาร์ก เฉือนชนะ สาธารณรัฐเช็ก หวุดหวิด 2-1 ลิ่วรอบรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลยูโร 2020

เดนมาร์ก พลพรรคโคนม ทีมชาติ เดนมาร์ก ภายใต้การคุมทัพของกุนซือมากฝีมือ อย่าง แคสเปอร์ ยูลมันต์ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
หลังพวกเขาเพิ่งจะเฉือนเอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก คู่แข่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในศึกยูโร 2020 ไปแบบหวุดหวิด ด้วยสกอร์ 2-1 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
ส่งผลให้พวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ ซึ่งนี่ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก หลังต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์สุดช็อก ในช่วงเริ่มต้นทัวร์นาเมนท์

ย้อนกลับในช่วงเริ่มต้นทัวร์นาเมนท์ เกิดเหตุการณ์ที่มีใครคาดคิด เมื่อ คริสเตียน อิริคเซ่น กองกลางจอมทัพ วัย 30 กะรัต จากทัพงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน
สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวทีกัลโช่ เซเรีย อา ซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่ง และความหวังสูงสุดในเกมรุก ของ ทีมชาติเดนมาร์ก เกิดวูบหมดสติและหัวใจหยุดเต้นคาสนาม
ระหว่างเกมที่พบกับ ทีมชาติฟินแลนด์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สภาพจิตใจของขุนพลโคนม ย่ำแย่เป็นอย่างมาก

แถมพวกเขายังพ่ายแพ้ใน 2 เกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม จวนเจียนจะตกรอบแรกอยู่รอมร่อ อย่างไรก็ตาม ทีมชาติเดนมาร์ก กลับมาร่วมใจกันอีกครั้ง
และสามารถเก็บไล่ถล่ม ทีมชาติรัสเซีย ในเกมสุดท้าย ด้วยสกอร์ 4-1 ทำให้พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับมาเข้ารอบสู่รอบน็อคเอาท์ ในฐานะทีมอันดับ 2 ของตารางคะแนนกลุ่มบี ด้วยการมี 3 แต้ม แต่มีผลต่างประตูดีกว่า ทีมชาติฟินแลนด์ และ ทีมชาติรัสเซีย ทั้งที่มีแต้มน้อยกว่าทีมอันดับ 3 ในบางกลุ่มด้วยซ้ำ

ในการแข่งขันรอบน็อกเอาท์ พวกเขาสามารถเอาชนะ ทีมชาติเวลส์ ได้แบบสบายเกือก ด้วยสกอร์ 4-0 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ มาพบกับ สาธารณรัฐเช็ก อีกหนึ่งทีมฟอร์มร้อนประจำทัวร์นาเมนท์ ที่กำลังมั่นใจสุดขีด หลังเพิ่งเอาชนะ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มาได้ในรอบน็อกเอาท์ แต่ ทีมชาติเดนมาร์ก ก็พิสูจน์ให้แฟนบอลทั่วโลก ได้เห็นแล้วว่า สปิริตภายในทีมของพวกเขายอดเยี่ยมมากเพียงใด แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับฝันร้าย

หลังเฉือนเอาชนะ สาธารณรัฐเช็ก ไปแบบหวุดหวิด ด้วยสกอร์ 2-1 ซึ่ง 2 ประตู ของพวกเขา มาจากจังหวะขึ้นโขก ของ โธมัส เดลานีย์ และ จังหวะพุ่งเข้าชาร์จหน้าปากประตู ของ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ในช่วงครึ่งเวลาแรกทั้งหมด แม้ว่าจะโดนประตูตีตื้นอย่างรวดเร็ว แต่ขุนพลโคนม ก็ไม่แสดงอาการลนลานออกมาให้เห็นเลย ยังสามารถเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง และรักษาสกอร์ดังกล่าว เอาไว้ได้จนจบการแข่งขัน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในศึกยูโร 2020 ได้สำเร็จ

ซึ่งนี่ถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1992 หรือ 29 ปีมาแล้ว ซึ่งในครั้งนั้น ทีมชาติเดนมาร์ก ได้สร้างตำนานเทพนิยาย ด้วยการก้าวไปคว้าแชมป์ยูโร 1992 มาครองเป็นสมัยแรกและสมัยเดียว น่าติดตามเป็นอย่างมากว่า ขุนพลโคนม ในชุดปัจจุบัน ที่กำลังโม่แข้งอยู่ในศึกยูโร 2020 จะสามารถสร้างตำนานเทพนิยายบทใหม่ได้อีกหรือไม่ และ ทีมชาติอังกฤษ เต็งหนึ่งประจำทัวร์นาเมนท์ จะเป็นผู้ให้คำตอบนั้นแก่พวกเขา ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวเพิ่มเติมกันได้ที่ https://lsm99version.com/

ขอขอบคุณ ภาพบางส่วน : eminetra